เชียงใหม่-สุวพันธุ์-เครือข่ายทวงคืนผืนป่า ได้ข้อสรุปปัญหาบ้านพักตุลาการแล้ว

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ประกาศความสำเร็จทวงคืนผืนป่าจากการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ระบุไม่รื้อถอนแต่จะก่อสร้างให้สำเร็จส่งมอบงาน จากนั้นไม่ให้ใครเข้าไปใช้ประโยชน์ ก่อนส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ หาแนวทางฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาเหมือนเดิม

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปร่วมประชุมกับตัวแทนกว่า 50 องค์กร ที่เป็นสมาชิกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ ขณะที่บริเวณโดยรอบ มีประชาชนนำริบบิ้นสีเขียวสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวมาผูกติดไว้หลายจุด อาทิ ตามต้นไม้และเสาไฟฟ้า เพื่อร่วมแสดงออกถึงการเรียกร้องครั้งนี้

โดยก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นต้นอย่างเป็นทางการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมวงประชุมพูดคุยหารือกับแกนนำส่วนหนึ่งของเครือข่าย อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมแต่อย่างใด

สำหรับวาระการเจรจา เบื้องต้น ทางเครือข่ายได้ประสานถึงรัฐมนตรีประจำสำนักฯไปแล้วว่า ทางเครือข่ายอยากจะเห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้ ไม่ต้องการการตั้งคณะกรรมการร่วมคณะใหม่และเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเรื่องใดสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ขอให้ประกาศไว้ก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังต้องพูดคุยกันต่อในรายละเอียดก็ให้ดำเนินการต่อไป โดยมีเป้าหมายสุดท้าย คือ ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพบริเวณโครงการดังกล่าว รวมถึงการป้องกันเกิดเหตุซ้ำ และ การอนุรักษ์ดูแลในระยะยาว

ด้านนายสุวพันธุ์ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าการเดินทางเข้าร่วมประชุมและเจรจาในครั้งนี้ ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี 3 เรื่องด้วยกัน โดยเรื่องแรก คือ เรื่องการอยู่อาศัยซึ่งได้พูดคุยทำข้อตกลงร่วมกับทางเครือข่ายในเรื่องของแนวทางปฏิบัติ และเรื่องที่สองคือเรื่องของการฟื้นฟู ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ที่นายกรัฐมนตรีอยากให้ดำเนินการทันที ซึ่งเรื่องนี้ทางส่วนราชการมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว และภาคประชาชนอาจมีข้อเสนอแนะ โดยนายกรัฐมนตรี อยากเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมปลูกป่าด้วยกัน ส่วนเรื่องที่ 3 เป็นเรื่องอื่นๆที่ท่านนากรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้พูดถึง และเป็นความต้องการในพื้นที่ ก็ได้มอบหมายให้ทางตนมารับฟัง

สำหรับการหารือได้ข้อสรุปว่า เรื่องของการอยู่อาศัยนั้นหลังจากก่อสร้างเสร็จส่งมอบงานอาคารชุด 9 หลัง และบ้าน 45 หลังแล้ว จะไม่ให้ใครเข้ไปอยู่อาศัย โดยจะให้กรมธนารักษ์แบ่งเขตให้ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูพัฒนาป่าที่สมบูรณ์แบบต่อไป ส่วนด้านล่างลงมาจะแบ่งเขตให้ชัดเจนเพื่อให้ทางศาลฯ ได้ใช้ประโยชน์ในส่วนของอาคารสำนักงานและอาคารชุด 3 หลัง ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินการให้ชัดเจนหลังจากนี้

ส่วนเรื่องของการฟื้นฟูสภาพป่านั้น จะดำเนินการไปตามแผนซึ่งอาจจะหารือเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา รวมไปถึงการจัดตั้งผู้ประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟู เช่น การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ และในเรื่องอื่นๆ ก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้องที่ได้พูดคุยกับทางตัวแทนเครือข่าย ซึ่งพบว่ามีประเด็นที่อยากให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งมีประเด็นที่อยากให้มีดูแลพื้นที่ที่นอกเหนือจาก 147 ไร่ และพื้นที่ที่เป็นราชพัสดุที่มีสภาพคล้ายป่าควรจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งหลังจากคุยกันแล้วเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย จึงควรจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้ภาพรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งได้เห็นคาวมร่วมมือของของตัวแทนและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนทั้ง 50 กว่าภาคี ที่หารือร่วมกันด้วยความเข้าใจ และมองเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหานั้น ตนมองว่ามีทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยใน่สวนของการแก้ไขปัญหาระยะสั้นนั้นสามารถดำเนินการได้ทันที อย่างเช่น การทำรางวัดพื้นที่ การกำหนดเขตพื้นที่ให้ชัดเจน รวมไปถึงการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นการแก้ปัญหาระยะยาวควรมีการศึกษา แต่สิ่งที่สำคัญคือภาคีเครือข่ายประชาชนที่ได้สะท้อนความห่วงใยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ภาคราชการก็รับฟังอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องการแก้ไขระยะยาวที่จะต้องทำเพิ่มเติม ซึ่งตนเองย้ำว่าเรื่องนี้ไม่มีคำว่าการพบกันครึ่งทาง ปลายทางแต่อย่างใด โดยทั้งหมดจะต้องพบกันด้วยความเข้าใจ ร่วมมือ และ ตั้งใจทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ในส่วนของทางศาลยุติธรรม ได้ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาแทน รวมทั้งเรื่องใดที่รัฐบาลตัดสินใจทางศาลยุติธรรม น้อมรับและจะปฎิบัติตาม ดังนั้น รัฐบาลจึงรับภาระมาทำแทน และเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญง และสังคมจะได้เรียนรู้ ภาคประชาชน ภาครัฐได้เรียนรู้ ว่าเมื่อจะดำเนินการอะไรต้องคำนึงถึงหลายสิ่งที่อาจกระทบต่อภาพรวมของประเทศ รวมไปถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกัน

ขอบคุณข้อมูล จาก ch3