วิธีการดูแล ปลาสวยงาม และวิธีการเลี้ยงปลาการ์ตูน ปลาน่ารัก ที่ใครๆ ก็รัก

วิธีการดูแล ปลาสวยงาม และวิธีการเลี้ยงปลาการ์ตูน ปลาน่ารัก ที่ใครๆ ก็รัก ผู้ที่ชอบการเลี้ยงปลา หลายๆ สายพันธุ์ ซึ่งแน่นอนว่าในจำนวนนั้นต้องมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เรียกว่า ปลาการ์ตูน ปลาน่ารักที่คนนิยมเลี้ยง เพื่อเอาไว้ดูเล่น อาจเพราะความน่ารักของเจ้าปลาการ์ตูนเลยทำให้มันเป็นที่ต้องการของผู้ที่ชอบเลี้ยงปลา

ปลาการ์ตูน เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงมีหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนแดง ปลาการ์ตูนอินเดียแดง ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ เป็นต้น แต่ที่นิยมเลี้ยงส่วนมาก คือ ปลาการ์ตูนส้ม จากการ์ตูนดัง นีโม เนื่องจาก เป็นที่คุ้นตามากกว่า ซึ่งปลาการ์ตูนเป็นปลาที่มีลักษณะเฉพาะคือว่ายน้ำบิดไป-มา ทำให้ดูน่ารักเป็นพิเศษ และสามารถเลี้ยงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีดอกไม้ทะเล ( Anemone ) ซึ่งต้องใช้ไฟจัดในการเลี้ยงเท่านั้น (ไฟ MH หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ 6 หลอดขึ้นไป)

การจับคู่พ่อ และแม่ัพันธุ์ปลาการ์ตูน
ปลาการ์ตูนทั้ง 7 ชนิด ที่พบในประเทศไทย สามารถที่จะผสมพันธุ์ วางไข่ในตู้เลี้ยงได้ทุกชนิด การเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนนั้น ต้องเริ่มจาการจับคู่พ่อ-แม่พันธุ์ที่จะผสมพันธุ์วางใข่ เพศของปลาการ์ตูนนั้นไม่สามารถบอกได้
จากลักษณะภายนอก อีกทั้งปลาการ์ตูนสามารถที่จะเปลี่ยนเพศได้ โดยเพศของปลาการ์ตูนจะถูกกำหนดโดยโครงสร้างของสังคม และเมื่อเปลี่ยนเป็นเพศเมียแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นเพศผู้ได้อีก ทำให้การจับคู่ปลาการ์ตูนมีความสลับซับซ้อนมาก

สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ การเลี้ยงปลาการ์ตูนเพื่อเป็นพ่อ-แม่พันธุ์สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ จึงควรเริ่มจากปลาที่มีขนาดยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ และควรใช้ปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมากกว่าปลาธรรมชาติ เพราะจะมีความทนทานมากกว่า โดยควรนำปลามาเลี้ยงรวมกันเป็นฝูง ประมาณ 6-8 ตัว หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับขนาดตู้เลี้ยง เมื่อปลาเริ่มจับคู่จะสังเกตว่าทั้งสองตัวจะแยกตัวออกจากฝูงและหวงอาณาเขต ให้แยกปลาคู่นั้นออกจากตู้ไปเลี้ยงในตู้ที่เตรียมไว้สำหรับเลี้ยงพ่อ – แม่พันธุ์

การเลี้ยงพ่อ และแม่พันธุ์ปลาการ์ตูน
ตู้่ที่ใช้เลี้ยงพ่อ และแม่พันธุ์ปลาการ์ตูน ควรมีขนาดความจุอย่างต่ำ ประมาณ 100 ลิตร มีระบบกรองภายในหรือภายนอกตู้ เลี้ยงปลาแยกกันตู้ละ 1 คู่ ในตู้ให้จัดหาวัสดุสำหรับให้ปลาหลบซ่อน และสำหรับวางไข่ได้ เช่น
แผ่นกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องทะเลเข้าไปในตู้ เพราะปลาสามารถวางไข่ได้โดยไม่่จำเป็นต้องมีดอกไม้ทะเล

อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อ และแม่พันธุ์ ให้ใช้อาหารสดที่มีคุณภาพดี เช่นเนื้อหอยลายสับ เนื้อกุ้ง ไรน้ำเค็มที่เสริมกรดไขมัน ไข่ตุ๋น ฯลฯ สลับกันไป ใ้ห้อาหารวันละ 1-2 ครั้ง ระวังอย่าให้มีอาหารตกค้างอยู่ในตู้ ควบคุมคุณภาพ
น้ำโดยการทำความสะอาดก้นตู้ เปลี่ยนถ่ายน้ำครั้งละ 10-20% ทุก 2 อาทิตย์

การดูแลและการฟักไข่
พ่อ และแม่ปลาการ์ตูน จะทำการดูแลไข่ในระหว่างการฟัก ซึ่งส่วนใหญ่ตัวผู้จะรับหน้าที่ฟักไข่ โดยใช้เวลาฟักประมาณ 7 วัน แต่ในช่วงอากาศหนาวจะใช้เวลาประมาณ 5-9 วัน หรือในช่วงทีอากาศร้อนจะใช้เวลาประมาณ 6 วัน การนำไข่ออกมาฟัก สามารถกระทำได้แต่ผลที่ได้ไม่ดีเท่ากับปล่อยให้พ่อ และแม่ปลาฟักไข่เอง การสังเกตว่าลูกปลาจะฟักหรือยัง สังเกตได้จากตาของลูกปลาที่อยู่ในถุงไข่ จะกลายเป็นสีน้ำเงินสะท้อนแสงซึ่งแสดงว่าลูกปลาพร้อมที่จะฟักออกเป็นตัวแล้ว ลูกปลาจะฟักในช่วงหัวค่ำประมาณ 1-2 ชัวโมง หลังจากมืดสนิท

การอนุบาลปลาการ์ตูน
หลังจากลูกปลาฟักออกเป็นตัวให้แยกลูกปลาออกจากตู้ โดยใช้กระชอนผ้ารวบรวมลูกปลาและตักออกมาพร้อมน้ำ ระวังอย่าให้ลูกปลาสัมผัสกับอากาศ นำไปอนุบาลในตู้กระจกขนาดเล็ก ความหนาแน่นสูงสุดไม่ควรเกิน
10 ตัวต่อลิตร ให้อากาศแรงพอประมาณ ระหว่างการอนุบาลใช้ โรติเฟอร์ ไรน้ำเค็ม และสาหร่ายชนาดเล็ก เช่น ไอโซโครซิส เป็นอาหาร

ในระยะ 2-3วันแรกอาจใช้วิธีเพิ่มน้ำ ในตู้ปลาอนุบาลหลังจากนั้นจึงทำการดูดตะกอน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุกวัน วันละ 20-50% ลูกปลาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยจะมีลวดลาย สีสันบนลำตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมี
ลักษณะเหมือนกับพ่อ และแม่โดยสมบูรณ์ เมื่อมีอายุได้ 3-4 สัปดาห์ แล้วลูกปลาจะลงไปอาศัยอยู่ที่พื้นกันตู้ ถือว่าสิ้นสุดระยะของการอนุบาล จึงย้ายลูกปลาไปเลี้ยงต่อในตู้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อัตรารอดของลูกปลาเฉลี่ย
ประมาณ 10-20% และลูกปลาจะมีขนาดความยาวประมาณ 8-10 มม

การเลี้ยงปลาการ์ตูน
เมื่อพ้นระยะอนุบาล ให้นำปลามาเลี้ยงในตู้เลี้ยงในตู้เลี้ยงที่ใหญ่ขึ้น ความหนาแน่น ประมาณ 1 ตัวต่อลิตร และเริ่มเปลี่ยนอาหารมาเป็นอาหารสด เช่น หอยลายสับหรือเนื้อกุ้งสับ หรือจะให้อาหารที่ผสมขึ้นเอง โดยค่อยๆ
ลดไรน้ำเค็มลง ตู้ที่ใช้่เลี้ยงต้องมีระบบกรองภายในหรือภายนอกตู้ และุมีการทำความสะอาดและเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นระยะๆ เช่น มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ 20% ทุก 2 สัปดาห์

สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากในการเลี้ยงปลาการ์ตูน คือ คุณภาพน้ำและความหนาแน่น ถ้าให้อาหารมากเกินไป มีสิ่งสกปรกหมักหมนอยู่ในตู้เลี้ยงหรือมีความหนาแน่นมาก มักจะเกิดโรค โดยเฉพาะโรคที่เกิดจาก Amyloodinium Ocellatum ซึ่งเมื่อเกิดแล้วลูกปลาจะตายเกือบหมด ดังนั้นการดูแลรักษาความสะอาดและคุณภาพน้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อต้องการจับคู่ พ่อ และแม่พันธุ์ ควรจะนำปลาที่มีอายุประมาณ 4-6 เดือน แยกเลี้ยงเป็นพ่อ และแม่พันธุ์ต่อไป โดยปลาจะถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุได้ประมาณ 8-12 เดือน

การให้อาหาร
การเลี้ยงปลาทะเลเพื่อเลี้ยงดูสวยงามนั้น ไม่ควรให้กินอาหารเกินวันละครั้งและควรให้กินแต่พออิ่ม ไม่ควรให้ตามที่ปลาต้องการ เพราะจะทำให้เกิดของเสื่องมาก บางช่วงถ้าปลาไม่กินอาหาร เช่น ในช่วยที่อากาศเย็น
จะต้องงดให้อาหารหรือลดปริมาณของอาหารลง อาหารที่ให้อาจเป็นเนื้อกุ้งสับ หอยลานสับ กุ้งเคย อาหารสำหรับปลาทะเล ฯลฯ สลับกันไป และเมื่อมีอาหารเหลือตกอยู่ก้นตู้ต้องกำจัดออก ห้ามปล่อยทิ้งไว้กับตู้โดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้น้ำเกิดการเน่าเสียได้ง่าย